พร้อมหรือยังที่จะเป็นคนแก่ในสังคมผู้สูงวัย
21 Sep 2026 | เมื่อ 03:04 น.
ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2568 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปแล้วกว่า 13.82 ล้านคน คิดเป็น 21.31% ของประชากรทั้งหมด (ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง เผยแพร่โดยสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย) ซึ่งหมายความว่า ไทยได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์" แล้ว และกำลังมุ่งสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (ที่สัดส่วนผู้สูงอายุเกิน 28%) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
คำถามคือ คุณพร้อมหรือยังที่จะเป็นหนึ่งในผู้สูงวัยนั้น
1. เตรียมสุขภาพให้พร้อม
การดูแลสุขภาพควรเริ่มตั้งแต่เยาว์วัย ลดหรือเลิกพฤติกรรมเสี่ยง เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ อาหารไม่มีประโยชน์ และพักผ่อนไม่เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพึ่งพาตนเองได้นานที่สุด
2. วางแผนครอบครัวและชีวิตส่วนตัว
ไม่ว่าจะเลือกใช้ชีวิตคู่หรือโสด มีลูกหรือไม่มี แต่ละทางเลือกส่งผลต่อเครือข่ายสนับสนุนทางสังคมเมื่อสูงอายุแตกต่างกัน การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้เตรียมตัวได้ทันสถานการณ์
3. วางแผนที่อยู่อาศัยในอนาคต
บ้านที่อยู่ปัจจุบันอาจไม่เหมาะกับข้อจำกัดทางร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น ควรพิจารณาความปลอดภัย การดูแลรักษาง่าย และการเข้าถึงบริการฉุกเฉินได้รวดเร็ว
4. วางแผนกิจกรรมหลังเกษียณ
เกษียณของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากทำงานต่อ บางคนอยากท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมเพื่อสังคม การเตรียมความพร้อมทางจิตใจและสังคมควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอให้ถึงวันเกษียณก่อน
5. วางแผนทางการเงินและการลงทุน
ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้เปรียบจากพลังของดอกเบี้ยทบต้น และมีเวลาให้สินทรัพย์อย่างทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์สะสมมูลค่า การพึ่งพากองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกบข. อย่างเดียวมักไม่เพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณที่ยืนยาวขึ้นเรื่อยๆ ควรเริ่มกระจายการออมและการลงทุนตั้งแต่วันนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับไหนแล้ว?
A: ข้อมูล พ.ค. 2568 ไทยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 21.31% ของประชากร ถือว่าเป็น "สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์" (aged society) แล้ว และกำลังมุ่งสู่ระดับสุดยอด (super-aged society)
Q: ควรเริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุเท่าไหร่?
A: ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี เพราะพลังของดอกเบี้ยทบต้นและมูลค่าสินทรัพย์ต้องใช้เวลาสะสม การเริ่มตั้งแต่วัยทำงานตอนต้นจะทำให้ใช้เงินต่อเดือนน้อยกว่าการเริ่มช้า
Q: มีกบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว เพียงพอสำหรับเกษียณไหม?
A: ส่วนใหญ่มักไม่เพียงพอ ควรมีการออมและลงทุนเพิ่มเติมนอกเหนือจากสวัสดิการเหล่านี้ เช่น กองทุนรวม หรือทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยง