ราคาทอง กองทุน และค่าเงิน
มุมมองราคาทอง
คำแนะนำและกลยุทธ์การลงทุน
ทองคําปรับตัวลงกว่า 130 เหรียญ
นักลงทุนคาด เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยา
ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไร หลังจากราคาพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ อันเนื่องจากมาจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมในเดือนหน้า
ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวในกรอบแคบเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
มุมมองทางเทคนิคอล
ราคาทองคำในเชิงเทคนิคอล Trend หลัก ราคาก่อนหน้านี้เป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างชัดเจน (Bullish Trend) โดยมีการทำ Higher Highs และ Higher Lows ดันราคาขึ้นมาจากโซนต่ำกว่า 4,100 ขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,365.37 สถานะปัจจุบันแท่งราคาล่าสุดเริ่มมีการพักตัวพักฐานลงมาอย่างต่อเนื่อง ปิดแท่งสีแดงติดต่อกันกดดันลงมาอยู่ที่บริเวณ 4,318.28 (ปรับตัวลดลงราว -0.75% ถึง -0.92%) ค่า RSI ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 42.4 (ลงมาจากระดับ Overbought ก่อนหน้าที่ 70.50) การที่ RSI หลุดระดับ 50 ลงมา สะท้อนถึงแรงขายที่เริ่มย่อตัวลงมาในฝั่ง Bearish ระยะสั้น แต่ยังไม่เข้าสู่เขต oversold (ต่ำกว่า 30) แสดงว่ายังมี Momentum ฝั่งขายไหลลงได้อีกเล็กน้อย หรืออาจกำลังย่อเพื่อสะสมพลัง กลยุทธ์รอดูปฏิกิริยาราคาบริเวณโซน 4,300 - 4,228 หากเริ่มเกิดสัญญาณกลับตัว (เช่น Bullish Rejection, แท่งทิ้งไส้ล่าง หรือ RSI โค้งหัวขึ้น) สามารถหาจังหวะ เข้าซื้อ เพื่อเล่นรอบ Rebound กลับขึ้นไปหาแนวต้าน 4,340 - 4,365
Gold Spot
แนวต้าน 4,372 / 4,408
แนวรับ 4,300 / 4,228
ทองคำ 96.50%
แนวต้าน 68,600 / 69,100
แนวรับ 67,600 / 66,600
ทองคำ 99.99%
แนวต้าน 71,100 / 71,600
แนวรับ 70,100 / 68,900
มุมมองทิศทางค่าเงินบาท
วิเคราะห์Fundamental Analysis สำหรับ ค่าเงินบาท (USD/THB) ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569
ปัจจัยต่างประเทศ (US Dollar & Global Drivers) ตัวเลขเงินเฟ้อภาคผู้ผลิต (PPI) สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด สหรัฐฯ รายงานดัชนี PPI ทั่วไปประจำเดือน ก.ย. ขยายตัว 4.7% YoY (ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.9%) และเมื่อเทียบรายเดือน (MoM) อยู่ที่ 0.0% สะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อภาคการผลิตที่ชะลอตัวลง
มุมมองดอกเบี้ย Fed (FedWatch Tool) การชะลอตัวของ PPI ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจะ คงอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือน ก.ย. (ขยับขึ้นมาที่ราว 65.6%) ชะลอความคาดหวังเรื่องการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์ทรงตัวในกรอบแคบและมีแรงชะลอตัวเป็นระยะ
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงจากความกังวลด้านอุปสงค์โลกที่ลดลงตามรายงานของ IEA/OPEC ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านการนำเข้าพลังงานของไทย
ปัจจัยภายในประเทศ (Local Factors & Capital Flows) ฟันด์โฟลว์ (Fund Flow) ตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยยังคงมีกระแสเงินทุนต่างชาติ (FII) ผันผวน การชะลอการซื้อขายในสินทรัพย์เสี่ยงทำให้บาทในเช้าวันนี้เปิดตลาดอ่อนค่าลงมาเล็กน้อยที่ระดับ 33.18 บาท/ดอลลาร์ (เทียบกับวันก่อนหน้าที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์)
ภาพรวมการเคลื่อนไหว บาทแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ถึง Sideway Up ในกรอบตามทิศทางดอลลาร์ โดยมีแนวรับสำคัญจากแรงซื้อดอลลาร์คืนของผู้นำเข้าช่วงใกล้ระดับ 33.00
สรุปแนวโน้มและกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ดอลลาร์ถูกกดดันจากตัวเลข PPI ที่ชะลอตัวลง แต่มุมมองตลาดที่ยังรอความชัดเจนจากตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ทำให้ USD/THB ยังเน้นการแกว่งตัวในกรอบ
กรอบการเคลื่อนไหวคาดการณ์ 33.00 - 33.30 บาท/ดอลลาร์
ซื้อทองคำแท่ง ในช่องทางจัดจำหน่าย ออสสิริส
สะดวกปลอดภัย พร้อมประกันขนส่ง การันตีของถึงมือ 100%