ราคาทอง กองทุน และค่าเงิน
มุมมองราคาทอง
คำแนะนำและกลยุทธ์การลงทุน
ทองคำSide way Down จ่อ Break
ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ
ทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (15 ก.ค.) ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำลดช่วงลบ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ชะลอตัวลงมากกว่าคาด ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (15 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเงินเฟ้อ และอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
มุมมองทางเทคนิคอล
แนวโน้มหลักกราฟแสดงการฟอร์มตัวในลักษณะ Sideway Down ชัดเจน โดยราคาไม่สามารถทำ High ใหม่ที่สูงขึ้นได้ และมีเส้นDowntrend Lineกดดิ่งลงควบคุมภาพรวมอยู่ โซนราคาปัจจุบันล่าสุดราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ $4,036 ซึ่งเป็นโซนทดสอบแรงซื้อและแรงขายสำคัญ แท่งเทียนช่วงท้ายเริ่มมีแรงดีดกลับขึ้นมาทดสอบเส้น Trend Line สีเหลืองอีกครั้ง แต่ยังไม่มีการ Breakout ยืนเหนือเส้นดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันค่า RSI วิ่งอยู่บริเวณ 33.32 (ใกล้โซน Oversold) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝั่ง Sell ค่อนข้างได้เปรียบในรอบก่อนหน้า แต่การที่ RSI เริ่มม้วนหัวกลับขึ้นเล็กน้อย สะท้อนว่าเริ่มมีแรงรีบาวด์ระยะสั้นเข้ามาพยุงราคา หากราคาปรับตัวขึ้นทดสอบเส้นกดสีเหลือง (บริเวณแนวต้านจิตวิทยาแถวๆ $4,050 - $4,060) แล้วเกิดสัญญาณแท่งเทียนกลับตัว (เช่น Pin Bar หรือ Engulfing) สามารถหาจังหวะแบ่งขายทำกำไรบริเวณนี้ได้ หากราคาเนื้อเทียน H4 ปิดทะลุและยืนเหนือเส้นกดสีเหลืองได้อย่างมั่นคง (Breakout) ถือเป็นสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มในระยะสั้น สามารถเปลี่ยนมาโฟกัสฝั่ง Buy Follow ได้ แต่ควรรอให้แท่ง H4 ปิดเพื่อคอนเฟิร์ม ป้องกันการเกิด False Break (เบรกหลอก)
Gold Spot
แนวต้าน 4,060 / 4,080
แนวรับ 3,974 / 3,960
ทองคำ 96.50%
แนวต้าน 64,500 / 64,800
แนวรับ 63,300 / 63,000
ทองคำ 99.99%
แนวต้าน 66,800 / 67,100
แนวรับ 65,600 / 65,300
มุมมองทิศทางค่าเงินบาท
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 16 ก.ค.68 ‘อ่อนค่า‘ เฟดไม่เร่งลดดอกเบี้ย
นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท(USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง (แกว่งตัวในกรอบ 32.39-32.61 บาทต่อดอลลาร์) ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด จากเดิมผู้เล่นในตลาดมั่นใจว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ เป็น เฟดมีโอกาสราว 74% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ ตามรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายน ที่ออกมาสูงขึ้นสู่ระดับ 2.7% (+0.3%m/m) สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 2.6% (+0.1%m/m) ทำให้ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดอาจยังไม่เร่งรีบปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรอประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อให้แน่ชัด ซึ่งภาพดังกล่าวก็สอดคล้องกับถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดในช่วงคืนที่ผ่านมาเช่นกัน
กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท 33.56 - 33.64 บาทต่อดอลลาร์
ซื้อทองคำแท่ง ในช่องทางจัดจำหน่าย ออสสิริส
สะดวกปลอดภัย พร้อมประกันขนส่ง การันตีของถึงมือ 100%