คำถามออมทองที่พบบ่อย

15 Sep 2018 | เมื่อ 12:15 น.

 

 

สมัครโปรแกรมออมทองได้กี่วิธี ?

สามารถสมัครได้ 3 วิธี

1. สมัครทางออนไลน์

2. สมัครที่ออสสิริส สาขาสีลม

3. ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์มายังบริษัท

 

 

 

เอกสารที่ใช้ประกอบเปิดบัญชีออมทอง มีอะไรบ้าง ?  

ใช้เอกสารประกอบการสมัครเปิดบัญชี 2 อย่าง ดังนี้

1. สำเนาบัตรประชาชน

3. สำเนาหน้าแรกของบัญชีธนาคาร (Bookbank)

เซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับ

 

 

 

การหักเงินอัตโนมัติ (ATS) ออมทอง ใช้ธนาคารอะไรได้บ้าง ธนาคารไหนสะดวกสุด ?

ใช้ได้ 3 ธนาคารคือ กสิกร / ไทยพาณิชย์ / กรุงศรี

หากลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด เราแนะนำ กสิกร เพราะค่าธรรมเนียบในการหักบัญชี ถูกที่สุด 8 บาท ต่อครั้ง

 

 

 

ขั้นต่ำเริ่มต้นออมเดือนละเท่าไร ?

เริ่มต้น 1000 บาทต่อเดือน และไม่จำกัดจำนวนเงินออม

และสามารถเปลี่ยนแปลงยอดออมได้ทุกเดือน

*มีค่าธรรมเนียมในการตัดยอดออมต่อเดือน ทางธนาคารเป็นผู้เรียกเก็บ

 8-10 บาท (ใน กทม.) /  20 บาท (ใน ตจว.)

 

 

 

ชำระเงินค่าออมทองอย่างไร ?

เงินออมงวดแรก ชำระเป็นเงินสดหรือเงินโอน ดังนี้

1. ชำระผ่าน Bill Payment ผ่านธนาคารไทยพาณิชย์หรือกสิกรไทย

2. ชำระผ่าน Internet Banking หรือ Application ของธ.กสิกรไทย หรือไทยพาณิชย์ 

ดูวิธีการชำระเงินออมงวดแรกได้ที่นี่

 

เงินออมงวดถัดไป จะหักบัญชีอัตโนมัติ(ATS)  เท่านั้น*  ตัดยอดออมในวันทำการแรกของทุกเดือน 

สมัครหักบัญชีอัตโนมัติ(ATS)ได้ที่นี้

 

 

 

สามารถเปลี่ยนแปลงยอดออมได้หรือไม่ ต้องทำอย่างไร ?

สามารถเปลี่ยนแปลงยอดออมได้ทุกเดือน เงื่อนไข

ส่งเอกสาร แจ้งขอเปลี่ยนยอดออมก่อนวันที่ 20 ของเดือนปัจจุบัน  ระบบจะตัดยอดออมใหม่มีผลในต้นเดือนถัดไป

 

 

 

ถ้าจะขอขายได้ไหม ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

ขอขายทองได้ โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

- ขั้นต่ำของการขายทองคำคือ 0.25 บาท (1 สลึง) และเพิ่มขึ้นทุกๆ 0.25 บาท เช่น 0.50 , 0.75 , 1 , 1.25 บาท เป็นต้น น้ำหนักทองที่เหลือก็จะสะสมเป็นการออมต่อไป

- ส่งแบบฟอร์มขอขายทองภายใน 15.00 น. ของวันที่ต้องการขาย (เฉพาะวันทำการ) หากส่งหลัง 15.00 น. จะเป็นการขายในวันถัดไป 

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอขายทองได้ที่นี่ 

- ใช้ราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง ณ เวลา 16.00 น. ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย

- รับชำระค่าขายทองคำเป็นเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 2 วันทำการ เข้าบัญชีเดียวกับที่ทำการตัดเงินออมรายเดือนเท่านั้น

- การขายทองไม่ถือเป็นการปิดบัญชี และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

ถ้าจะขอรับทองได้ไหม ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

ขอรับทองจริงได้  โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ 

- ขั้นต่ำของการรับทองคำคือ 1 กรัม (0.065599 บาท) ซึ่งจะมีทองคำแท่งขนาด 1 กรัม หรือแหวนทอง 1 กรัม เป็นต้น

-  ส่งเอกสารขอรับทองแจ้งล่วงหน้าก่อนมารับทองอย่างน้อย 2 วันทำการ

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอรับทองได้ที่นี่

การขอรับทองคำแท่งขนาด1 กรัม ไม่เกิน 2 บาท 

มี 2 วิธี ดังนี้

1) ขอรับทองที่สาขา (สาขาสีลม วังบูรพา) ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30-17.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.30-11.30 น.  และชำระค่าพรีเมี่ยมหรือค่าบล็อค ณ วันที่มารับทอง 

2) ขอรับทางไปรษณีย์ จัดทางไปรษณีย์EMSแบบมีประกัน ใช้ระยะเวลาจัดส่งไม่เกิน 2 วันทั่วประเทศ (ค่าจัดส่งโปรดดูในแบบฟอร์ม) ชำระชำระค่าพรีเมี่ยมหรือค่าบล็อค 

ด้วยการโอน และส่งหลักฐานการชำระเงินมาพร้อมแบบฟอร์มขอรับทองทางไปรษณีย์

การขอรับทองคำแท่งขนาด 5 บาทขึ้นไป

ไม่สามารถรับทางไปรษณีย์ได้ ต้องรับที่สาขาเท่านั้น เนื่องจากมูลค่าประกันสูงสุดที่ทางไปรษณีย์ไทยกำหนด ไม่ครอบคลุมถึงมูลค่าทองคำขนาด 5 บาท

การขอรับทองรูปพรรณ

สามารถมารับได้ที่สาขาสีลมเท่านั้น (ไม่มีการจัดส่งทางไปรษณีย์) เพื่อให้ท่านเลือกแบบและขนาดได้ตรงตามความต้องการ (ชำระค่ากำเหน็จ ณ วันที่มารับทอง)

ช่องทางส่งแบบฟอร์มขอรับทองและหลักฐานการชำระเงิน

อีเมล goldsaving@ausiris.co.th หรือทาง Line ID : @goldsaving

 

 

 

เปลี่ยนบัญชีธนาคารที่ใช้หักยอดเงินออมได้หรือไม่ ?

เปลี่ยนได้ โดยการสมัครหักบัญชีกับธนาคารใหม่ที่ต้องการเปลี่ยน รอธนาคารอนุมัติ

ส่งหลักฐานการเปลี่ยนแปลงและหลักฐานหรือผลการอนุมัติ ภายในวันที่ 20 ของเดือน

ระบบจะเปลี่ยนธนาคารในการตัดบัญชีในเดือนถัดไป

 

 

 

ออมทองต่างจากกองทุนทองคำอย่างไร ?

กองทุนรวมทองคำเป็นการลงทุนผ่านบัญชีกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในทองคำ

ผู้ลงทุนจะถือสินทรัพย์เป็นหน่วยลงทุน ไม่ใช่ทองจริง ซึ่งต่างจากโปรแกรมออมทอง

เป็นการสะสมเงินในทองคำและสามารถขอรับทองจริงได้

 

 

 

เฉลี่ยซื้อทุกวันดีกว่าซื้อครั้งเดียวอย่างไร ?

การเฉลี่ยซื้อทุกวันจะทำให้มีความเสี่ยงต่ำกว่า เพราะว่าเงินที่ใช้ซื้อเป็นจำนวนเท่ากันทุกวัน

ในวันที่ราคาทองแพงขึ้นน้ำหนักทองที่ได้ก็จะน้อยลง และในวันที่ราคาทองถูกลงก็จะทำให้ได้น้ำหนักทองมากขึ้นเช่นกัน 

ต้นทุนที่เราได้ก็จะเป็นต้นทุนเฉลี่ยของทั้งเดือน ต่างจากการซื้อเพียงครั้งเดียว

เพราะหากราคาสูงในวันที่ซื้อก็จะทำให้มีความเสี่ยงที่สูงกว่า